WP Fastest Cache ตั้งค่าอย่างไร 

WP Fastest Cache จัดเป็นปลั๊กอิน Cache ที่มีความสามารถในการจัดการเกี่ยวกับ Cache ต่าง ๆ ของเว็บไซต์ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ เรายังสามารถโหลดมาใช้งานได้กันแบฟรี ๆ ในบทความนี้เราจะมากล่าวถึง การตั้งค่าที่เหมาะสม เพื่อจะช่วยให้เว็บไซต์ของคุณสามารถโหลดได้เร็วขึ้น 3 เท่า

wp-fastest-cache-ตั้งค่า-2
คำอธิบายการตั้งค่าในแต่ละองค์ประกอบ

Cache System – enable เปิดใช้งาน
Widget Cache System – caches widgets ต่าง ๆ (premium feature)
Preload – create cache of entire site automatically (สำหรับ shared hosting เลือกที่ 4-6, VPS เลือกที่ 10-12 ขึ้นอยู่กับความเร็วของ server)
Logged-in Users – don’t show the cached version for logged-in users (หากว่าคุณเป็นผู้ใช้เว็บไซต์เพียงคนเดียว ให้ติ๊กถูก แต่หากมีผู้ใช้หลายคน แต่ละคนอาจมี cached version ของตัวเอง ก็ไม่ต้องติ๊กถูก)
Mobile – don’t show the cached version for desktop to mobile devices
Mobile Theme – caches mobile theme (premium feature)
New Post – clear cache files when a post or page is published
Update Post – clear cache files when a post or page is updated
Minify HTML – decrease size of page (ลดขนาดของเพจ)
Minify HTML Plus – more powerful minify html (premium feature)
Minify Css – decrease size of css files (ลดขนาดของ css ไฟล์)
Minify Css Plus – more powerful minify css (premium feature)
Combine Css – reduce HTTP requests through combined css files (รวม css ไฟล์ เข้าด้วยกันเพื่อลด HTTP requests)
Minify Js – decrease size of js files (ลดขนาด js ไฟล์)
Combine Js – reduce HTTP requests by combining js files
Combine Js Plus – minify combined js files (premium feature)
Gzip – reduce size of files sent from your server (ลดขนาดไฟล์ที่ส่งจากเครื่อง server ช่วยลดเวลาระหว่าง server กับ browser)
Browser Caching – reduce load time for repeat visitors (ลดเวลาโหลดสำหรับผู้ที่เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ซ้ำ)
Render Blocking Js – remove render-blocking JavaScript (การที่เรามี Js โหลดบริเวณ content above the fold จะ delay การโหลดเว็บ)
Google Fonts – loads Google Fonts asynchronously (premium feature)
Lazy Load – loads ภาพและ iframe เฉพาะตอนที่เข้ามาอยู่ใน viewport แล้ว

โดยส่วนใหญ่ การตั้งค่าต่าง ๆ เหล่านี้ จะเป็นการรวม code ในส่วนของ HTML, JS, CSS เข้าด้วยกันให้เป็นภาษาเครื่อง แต่หากว่าเราตั้งค่าต่าง ๆ ไปแล้ว ทำให้เว็บไซต์แสดงผลผิดพลาด เราจำเป็นต้องมาวิเคราะห์องค์ประกอบในแต่ละส่วนอย่างละเอียดอีกครั้งครับ

หากเพื่อน ๆ สนใจเพิ่มเติม เกี่ยวกับการตั้งค่า cache และเพิ่มความเร็วของเว็บไซต์ สามารถเรียนเพิ่มเติมได้ที่ คอร์สเพิ่มความเร็วให้ WordPress