การตั้งค่า WP Rocket

การตั้งค่า WP Rocket ใน WordPress 11 ขั้นตอน

หากคุณต้องการติดตั้งและทำ การตั้งค่า WP Rocket ใน WordPress อย่างถูกต้อง เราได้รวบรวมเนื้อหาทั้งหมดไว้ให้แล้ว
WP Rocket เป็นปลั๊กอิน caching WordPress ที่ดีที่สุดในท้องตลาดเพราะมันฟังก์ชันการทำงานที่ครอบคลุมมากที่สุด และเป็นเครื่องมือที่จะช่วยเพิ่มความเร็วในเว็บไซต์ของคุณ
อย่างไรก็ตาม นักพัฒนาเว็บไซต์มือใหม่ อาจไม่คุ้นเคยกับฟังก์ชันต่าง ๆ ในปลั๊กอินและไม่ทราบว่าตัวเลือกปลั๊กอินที่พวกเขาควรเปิดใช้งาน
ในบทความนี้เราจะแสดงวิธีติดตั้งและตั้งค่าปลั๊กอิน WP Rocket ใน WordPress ได้อย่างง่ายดาย เราจะนำคุณไปสู่การตั้งค่าปลั๊กอิน WP Rocket แบบสมบูรณ์ เพื่อให้คุณได้รับประโยชน์สูงสุด และเว็บไซต์ของคุณ ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ทำไมต้องใช้ WP Rocket? ไม่มีใครชอบเว็บไซต์ที่ช้า จากการศึกษาด้านประสิทธิภาพพบว่า เวลาในการโหลดหน้าเว็บที่ช้าลงทุก ๆ 1 วินาที จะพบว่า %conversions ลดลง 7% จำนวนการดูหน้าเว็บน้อยลง11% และลดความพึงพอใจของลูกค้าลง16%

และไม่ใช่เพียงแค่ผู้เยี่ยมชมเว็บไซต์เท่านั้นที่ไม่ชอบเว็บไซต์ที่โหลดช้า Google ก็ไม่ชอบเหมือนกัน พวกเขาให้ความสำคัญกับความเร็วในการโหลดเว็บไซต์ได้เร็ว และให้อันดับการค้นหาที่ดีกว่า

WP Rocket เป็นปลั๊กอิน caching WordPress ที่ดีที่สุดในท้องตลาดและช่วยให้คุณปรับปรุงความเร็วและประสิทธิภาพของเว็บไซต์ wordpress ของคุณได้อย่างรวดเร็ว

มันทำงานยังไง?

WordPress เป็นระบบการจัดการเนื้อหาแบบไดนามิก ทุกครั้งที่ผู้ใช้เข้าชมเว็บไซต์ WordPress จะดึงเนื้อหาจากฐานข้อมูลที่คุณสร้างหน้าและส่งกลับไปให้ผู้ใช้

กระบวนการนี้จะใช้เวลาในการดึงข้อมูลจากเซิร์ฟเวอร์ที่คุณฝาก WordPress เอาไว้ และหากมีผู้คนจำนวนมากเข้าชมเว็บไซต์ของคุณในครั้งเดียวกัน กรณีนี้จะทำให้เว็บไซต์ของคุณทำงานช้าลง

WP Rocket จะเป็นตัวช่วยเข้ามาจัดการทั้งหมดในส่วนนี้

ปลั๊กอินจะรวบรวมและบันทึกสำเนาแบบ static ของหน้าเว็บของคุณในแคชและช่วยให้ WordPress แสดงหน้าแคชไว้ไปยังผู้ใช้แทนการสร้างหน้าใหม่ทั้งหมด

การทำเช่นนี้ช่วยเพิ่มทรัพยากรบนเซิร์ฟเวอร์บนเว็บไซต์ของคุณและปรับปรุงเวลาในการโหลดหน้าเว็บโดยรวมทั่วหมด

ผมได้ใช้ WP Rocket ในเว็บไซต์ของเราเกือบทุกเว็บ ทีนี้เรามาลองมาดูวิธีการติดตั้งและตั้งค่า WP Rocketvบนเว็บไซต์ WordPress.

ขั้นตอนที่ 1 การติดตั้งปลั๊กอิน WP Rocket ใน WordPress

สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือการติดตั้งและเปิดใช้งานปลั๊กอิน WP Rocket  

WP Rocket เป็นปลั๊กอินพรีเมี่ยม นั่นหมายความว่า คุณจำเป็นต้องซื้อปลั๊กอิน จึงจะใช้งานได้ ซึ่งจุดนี้ ก็ขึ้นอยู่กับจำนวนเว็บไซต์ที่คุณมี

เมื่อติดตั้งและเปิดใช้งานปลั๊กอิน WP Rocket ปลั๊กอินจะเริ่มเปิดแคชที่มีการตั้งค่าที่เหมาะสมสำหรับเว็บไซต์ของคุณทันที

เราได้ทำการรันการทดสอบความเร็วในการโหลดเว็บไซต์สาธิตทั้งก่อนและหลังการติดตั้ง WP Rocket พบว่าประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อเพียงติดตั้งปลั๊กอินเท่านั้น

1 wp rocket dashboard

การปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานที่เห็นผลชัดทันทีเนื่องจาก WP Rocket ไม่ได้รอให้ผู้ใช้ร้องขอเพื่อเริ่มการแคชหน้าเพจ ปลั๊กอินจะทำการรวบรวมข้อมูลเว็บไซต์ของคุณและโหลดเพจในแคช

คุณสามารถดูสถานะแคชโดยการเข้าสู่แดชบอร์ด WP Rocket อยู่ภายใต้การตั้งค่า»WP Rocket

ขั้นตอนที่ 2 ตั้งค่าตัวเลือกการแคชใน WP Rocket

ก่อนอื่นคุณต้องไปที่การตั้งค่า» WP Rocket และคลิกที่แท็บ “CACHE”

2 mobile cache

WP Rocketได้เปิดใช้งานการแคชของหน้าโดยค่าเริ่มต้น แต่คุณสามารถปรับแต่งการตั้งค่าเพื่อเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ของคุณ

  1. การแคชของอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile Cache)

เริ่มต้นเราจะสังเกตเห็นว่าการแคชของอุปกรณ์เคลื่อนที่เปิดอยู่เป็นค่าเริ่มต้น อย่างไรก็ตามเราขอแนะนำให้คุณเลือกเปิด “Separate cache files for mobile devices” ด้วยเช่นกัน

ตัวเลือกนี้ช่วยให้ WP Rocket ทำการสร้างไฟล์แคชแยกต่างหากสำหรับผู้ใช้มือถือ การตรวจสอบตัวเลือกนี้ช่วยให้มั่นใจได้ว่าผู้ใช้อุปกรณ์เคลื่อนที่จะได้รับประสบการณ์ที่ถูกแคชไว้แบบเต็มประสิทธิภาพ

  1. แคชของผู้ใช้ (User Cache)

หากรันเว็บไซต์แบบที่ ผู้ใช้คนอื่นต้องทำการ login เพื่อเข้าใช้งานของคุณ คุณจำเป็นต้องเปิดใช้งานตัวเลือกนี้

ตัวอย่างเช่นเว็บไซต์ของคุณ เป็นเว็บไซต์ WooCommerce  ที่สมาชิก ต้องทำการ login ก่อนทำการเลือกซื้อสินค้า ตัวเลือกนี้จะช่วยปรับปรุงประสิทธิภาพการใช้งานสำหรับการเข้าสู่ระบบ ของผู้ใช้ทั้งหมด

  1. อายุการใช้งานแคช (Cache Lifespan)

อายุการใช้งานแคช คือเวลาที่คุณต้องการจัดเก็บไฟล์ที่แคชไว้บนเว็บไซต์ของคุณ โดยค่าเริ่มต้นถูกตั้งค่าไว้ที่ 10 ชั่วโมง ซึ่งสามารถทำงานได้ดีกับเว็บไซต์ส่วนใหญ่

อย่างไรก็ตามคุณสามารถตั้งค่าให้เป็นค่าที่ต่ำกว่า ถ้าหากเว็บไซต์ของคุณ เป็บเว็บไซต์ที่มีผู้ชมเป็นจำนวนมาก หรือมีการอัพเดทบ่อย ๆ นอกจากนี้คุณยังสามารถตั้งค่าให้เป็นค่าที่สูงขึ้นได้หากคุณไม่ได้ปรับปรุงเว็บไซต์ของคุณบ่อย ๆ

หลังจากครบช่วงอายุของ Cache Lifespan แล้ว WP Rocket จะลบไฟล์ที่แคชไว้ นอกจากนี้ยังจะเริ่มการโหลดแคชที่มีเนื้อหาที่ปรับปรุงทันที

อย่าลืมคลิกที่ปุ่มบันทึกการเปลี่ยนแปลงเพื่อจัดเก็บการตั้งค่าของคุณ

ขั้นตอนที่ 3 การลดขนาดไฟล์โดยใช้ WP Rocket (File Optimization)

WP Rocket ช่วยให้คุณสามารถลดขนาดไฟล์แบบ static เช่น JavaScript และ CSS stylesheets คุณสามารถสลับไปยังแท็บ File Optimization และทำเครื่องหมายในช่องสำหรับชนิดของไฟล์ที่คุณต้องการบีบอัด

3.1 File Optimization
3.2 File Optimization

ทำให้ไฟล์เหล่านั้นมีขนาดเล็กลง ในกรณีส่วนใหญ่ความแตกต่างนี้จะทำให้ประสิทธิภาพของเว็บไซต์ของคุณดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเว็บไซต์ของคุณมีขนาดใหญ่มี traffic จำนวนมาก แน่นอนว่าการตั้งค่าในส่วนนี้ จะสามารถลดการใช้แบนด์วิธโดยรวมของคุณและช่วยให้คุณประหยัดค่าใช้จ่ายลงไปได้มาก

อย่างไรก็ตาม การลดขนาดไฟล์เหล่านี้ อาจส่งผลกระทบต่อเว็บไซต์ บางครั้งอาจแสดงผลได้ไม่สมบูร์อย่าลืมตรวจสอบหน้าเว็บไซต์ของคุณเพื่อให้แน่ใจว่าทุกอย่างทำงานตามที่ออกแบบไว้

ขั้นตอนที่ 4 Lazy Load Media เพื่อปรับปรุงความเร็วในการโหลดหน้าเว็บ

รูปภาพในเว็บไซต์มักจะเป็นรายการที่มีขนาดใหญ่ เป็นอันดับสองรองจากวิดีโอ รูปภาพใช้เวลาในการโหลดมากกว่าข้อความและเพิ่มเวลาในการโหลดหน้าเว็บโดยรวม

เทคนิคที่เป็นที่นิยมอยู่ในปัจจุบันเรียกว่า Lazy Load โดยจะทำการหน่วงเวลาการแสดงภาพ แทนที่จะโหลดภาพทั้งหมดของคุณในครั้งเดียว การเปิดใช้งาน Lazy Load เลือกโหลดเฉพาะภาพที่จะมองเห็นได้บนหน้าจอของผู้ใช้ นี้ไม่เพียงแต่ทำให้หน้าเว็บของคุณโหลดได้อย่างรวดเร็ว แต่ผู้ใช้งานเว็บไซต์จะรับรู้ได้ว่า เว็บไซต์โหลดได้เร็วขึ้น

WP Rocket มาพร้อมกับคุณสมบัติ Lazy Load ในตัว คุณสามารถเปิดใช้งานสำหรับภาพโดยเพียงแค่การติ๊กถูก นอกจากนี้คุณยังสามารถเปิดใช้งาน Lazy Load สำหรับวิดีโอที่ฝังไว้ใน YouTube และ iframe

4 lazaload media

หมายเหตุ: ในขณะที่ Lazy Load ช่วยปรับปรุงความเร็วในการโหลดภาพบนเว็บไซต์ คุณควรบันทึกและเพิ่มประสิทธิภาพภาพสำหรับเว็บเพื่อให้ได้ผลลัพธ์สูงสุด ต่อไปนี้คือวิธีการปรับแต่งรูปภาพให้เหมาะสมกับประสิทธิภาพของเว็บ (ทีละขั้นตอน)

ขั้นตอนที่ 5 ปรับแต่ง Preloading ใน WP Rocket

ถัดไปคุณสามารถตรวจสอบการตั้งค่าการโหลดล่วงหน้าใน WP Rocket โดยการสลับไปยังแท็บ “Preload” โดยค่าเริ่มต้นปลั๊กอินเริ่มต้น จะทำการรวบรวมข้อมูลหน้าแรกของคุณและติดตามการเชื่อมโยงไปยังโหลดแคช

5 preload media

คุณสามารถบอกปลั๊กอินเพื่อใช้แผนผังไซต์ XMLของคุณในการสร้างแคช

คุณสามารถปิดคุณลักษณะการ Preload ได้เช่นกันแต่เราไม่แนะนำ

การปิด Preload จะทำให้ผู้ใช้โหลดเพจครั้งแรกช้าเสมอ

หมายเหตุ: โปรดเปิดคุณสมบัติ Preload ไว้เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ประสิทธิภาพสูงสุด

ขั้นตอนที่ 6 ตั้งค่ากฎการแคชขั้นสูง (Advanced Rules)

WP Rocket ช่วยให้คุณสามารถควบคุมการแคชแบบเต็มรูปแบบ คุณสามารถเลือก tab Advanced Rules เพื่อยกเว้นหน้าเว็บที่คุณไม่ต้องการให้แคช

6 Advanced rules

นอกจากนี้คุณยังสามารถยกเว้นการแคชคุกกี้ (ตามประเภทเบราว์เซอร์และประเภทอุปกรณ์) ระบบจะทำการสร้างแคชโดยอัตโนมัติเมื่อคุณกดปุ่มบันทึกการตั้งค่า

การตั้งค่าเริ่มต้นสำหรับเว็บไซต์ส่วนใหญ่ หากคุณไม่แน่ใจเกี่ยวว่าจะตั้งค่าอย่างไร ให้ปล่อยให้ว่างไว้ ก็เพียงพอแล้ว

พื้นที่การตั้งค่านี้มีไว้สำหรับนักพัฒนาและผู้ใช้ที่เชี่ยวชาญที่ต้องการตั้งค่าแบบกำหนดเองและมีการตั้งค่าเว็บไซต์ที่ซับซ้อน

ขั้นตอนที่ 7 การทำความสะอาดฐานข้อมูลโดยใช้ WP Rocket

WP Rocket ยังง่ายต่อการทำความสะอาดฐานข้อมูลWordPress ในส่วนนี้มีผลน้อยมากผลต่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์ของคุณหรือไม่มีเลย คุณยังคงสามารถตรวจสอบตัวเลือกเหล่านี้หากต้องการ

เริ่มต้นให้สลับไปยังแท็บ Database ในหน้าการตั้งค่าปลั๊กอิน จากที่นี่คุณสามารถลบข้อคิดเห็นที่โพสต์ฉบับร่างจดหมายขยะและถังขยะได้

7 database

อย่างไรก็ตามเราไม่แนะนำให้ลบการแก้ไขโพสต์ Post Cleanup เพราะจะมีประโยชน์ในการยกเลิกการเปลี่ยนแปลงในโพสต์ WordPress และเพจของคุณในอนาคต นอกจากนี้คุณยังไม่จำเป็นต้องลบสแปมและแสดงความคิดเห็น (Comments Cleanup) เพราะ WordPress จะทำการลบให้เองโดยอัตโนมัติภายใน 30วัน

ขั้นตอนที่ 8 กำหนดค่า CDN ของคุณให้ทำงานร่วมกับ WP Rocket

หลังจากนั้นให้คุณสลับไปยังแท็บ CDN หากคุณเปิดใช้บริการ CDN สำหรับเว็บไซต์ WordPress คุณสามารถตั้งค่า CDN ให้ทำงานร่วมกับ WP Rocket ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

8 cdn

การแสดง CDN หรือเครือข่ายการส่งเนื้อหา ช่วยให้คุณสามารถให้บริการไฟล์แบบคงที่จากเครือข่ายของเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ตามที่ต่าง ๆ ทั่วโลก

การทำเช่นนี้ จะช่วยเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ของคุณเพราะมันช่วยให้ผู้ใช้เบราว์เซอร์สามารถดาวน์โหลดไฟล์จากเซิร์ฟเวอร์ที่ใกล้เคียงกับสถานที่ของพวกเขา นอกจากนี้ยังช่วยลดภาระเซิร์ฟเวอร์โฮสติ้งของคุณและทำให้เว็บไซต์ของคุณตอบสนองได้รวดเร็วมากขึ้น อย่างไรก็ตาม หากลูกค้าหลัก หรือผู้เยี่ยมชมหลักของคุณอยู่ในประเทศไทย การตั้งค่า CDN อาจไม่จำเป็น อีกทั้งคุณยังต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการฝากข้อมูลไปยังผู้ให้บริการ CDN

ขั้นตอนที่ 9 การลดการทำงานของ Heartbeat API ในWordPressด้วย WP Rocket

Heartbeat API ช่วยให้ WordPress ส่งสัญญาณเป็นครั้งคราวไปยังเซิร์ฟเวอร์โฮสติ้ง ซึ่งทำให้เว็บไซต์ของคุณสามารถทำงานที่กำหนดเวลาไว้ได้

ตัวอย่างเช่นเมื่อเขียนบล็อกโพสต์ แล้วตั้งเวลาการโพสต์ไว้ Heartbeat API จะทำการตรวจสอบการเชื่อมต่อและการเปลี่ยนแปลงการโพสต์

9 heartbeat

คุณสามารถคลิกที่แท็บ API ของฮาร์ทบีทเพื่อควบคุมคุณลักษณะนี้และลดความถี่ในการทำงานของ Heartbeat

แต่เราไม่แนะนำให้ปิดการใช้งาน Heartbeat API เพราะเป็นคุณสมบัติที่มีประโยชน์มาก

อย่างไรก็ตามคุณสามารถลดความถี่ในการปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานเป็นพิเศษสำหรับเว็บไซต์ขนาดใหญ่

ขั้นตอนที่ 10 WP Rocket Addons

WP Rocket ยังมาพร้อมกับ Addons ให้คุณสามารถปรับแต่งคุณสมบัติได้โดยง่าย ลองมาดูกันว่าเราสามารถปรับแต่ง addons อะไรได้บ้าง
  1. Google Analytics Addon

Add-on ของ Google Analytics สำหรับ WP Rocket ช่วยให้คุณสามารถโฮสต์ รหัส Google Analytics บนเซิร์ฟเวอร์ของคุณเองได้ นี้ไม่ได้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพที่สำคัญใดๆแต่ผู้ใช้บางคนต้องการให้ได้รับคะแนนความเร็วในการโหลดหน้าเพจ 100%

  1. Facebook Pixel

หากคุณกำลังใช้ Facebook Pixel สำหรับการติดตามผู้ใช้แล้ว addon นี้จะโฮสต์ Facebook Pixel บนเซิร์ฟเวอร์ของคุณ  การกระทำนี้จะช่วยปรับปรุงคะแนน pagespeed ของคุณแต่อาจไม่มีผลกระทบใดๆ ที่เกิดขึ้นจริงเกี่ยวกับความเร็วในการโหลดเว็บไซต์

  1. Varnish Addon

หากผู้ให้บริการ hosting ของคุณใช้ Varnish Addon คุณต้องเปิดใช้งาน addon นี้ การทำเช่นนี้จะช่วยให้แน่ใจว่าแคช Varnish Addon จะถูกล้างเมื่อ WP Rocket ทำการล้างแคช

  1. Cloudflare

หากคุณกำลังใช้ Cloudflare CDN คุณต้องเปิดใช้งาน addon นี้เพื่อให้ทำงานควบคู่ไปกับ WP Rocket เพียงแค่เปิดใช้งาน addon และคลิกที่ปุ่ม “Save change”

10 addons

หลังจากนั้นคุณต้องป้อนข้อมูลประจำตัวบัญชีของคุณเพื่อเชื่อมต่อ WP Rocket กับบัญชี Cloudflare ของคุณ

  1. Sucuri

หากคุณกำลังใช้ Sucuri คุณต้องเปิดใช้งาน addon นี้และคลิกที่ปุ่ม “Save change” หลังจากนั้นให้ป้อนคีย์ API ของบัญชี Sucuri ของคุณเพื่อเชื่อมต่อบัญชีของคุณ

ขั้นตอนที่ 11 การจัดการแคช WP Rocket ของคุณ

WP Rocket ยังง่ายสำหรับผู้ดูแลระบบในการจัดการและล้างแคชWordPress เพียงไปที่หน้าการตั้งค่าปลั๊กอิน และคุณจะพบตัวเลือกในการเคลียร์แคชอย่างรวดเร็วในหน้า DASHBOARD

11 tools

คุณยังสามารถเริ่มต้นสร้าง้ Preload Cache ได้อีกด้วย

ปลั๊กอินยังทำให้ง่ายต่อการนำเข้าและส่งออกการตั้งค่าปลั๊กอิน คุณสามารถสลับไปยังเครื่องมือเพื่อให้สามารถส่งออกและนำเข้าการตั้งค่าปลั๊กอินได้อย่างง่ายดาย ฟังก์ชั่นนี้จะเป็นประโยชน์เมื่อย้าย WordPress จากเซิร์ฟเวอร์บน PC ไปยังเว็บไซต์บน Server จริง และ/หรือเมื่อย้าย wordpress ไปยังโดเมนใหม่

นอกจากนี้ คุณยังสามารถสลับไปใช้งานปลั๊กอินรุ่นก่อนหน้า มีประโยชน์เวลาที่การปรับปรุงแบบ WP Rocketไม่ทำงานตามที่คาดไว้

ข้อสงสัยเกี่ยวกับ WP Rocket – คำถามที่ถามบ่อย

ในฐานะที่เป็น WP Rocket เป็นปลั๊กอินที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในปัจจุบัน เราได้พบคำถามมากมายที่เกี่ยวข้องกับ WP Rocket นี่คือบางส่วนของคำถาม:

1 WP Rocket ฟรี? มีรุ่นฟรีของ WP Rocket?

ไม่มีครับ WP Rocket เป็นพรีเมี่ยมปลั๊กอิน ไม่มีรุ่นฟรีหรือ แต่ผู้ใช้สามารถการทดลองใช้ฟรีมีการรับประกันคืนเงิน14วัน.

คุณอาจพบรุ่น crack ของ WP Rocket แต่เราขอแนะนำไม่ให้ใช้ปลั๊กอินเหล่านั้นเว็บไซต์ของคุณอาจตกเป็นเหยื่อของ hacker ได้

2. WP Rocket คุ้มค่าหรือไม่?

มันคุ้มค่ากับราคาที่เสียไปคับ ทาง Courseblue เลือกใช้ WP Rocket ในเว็บไซต์ของลูกค้า และประสบความสำเร็จในการใช้งาน

3. วิธีการตรวจสอบว่า WP Rocket ทำงานและแคชหน้าเพจ?

เมื่อต้องการตรวจสอบว่า WP Rocket ทำงานอย่างถูกต้องหรือไม่ คุณจำเป็นต้องทดสอบผ่านเครื่องมือทำการทดสอบเว็บไซต์เช่น GTMetrix, Pingdom, หรือ WebPageTest

4. สิ่งที่ทำให้ WP Rocket ดีกว่าปลั๊กอินแคอื่นๆ?

ในความเห็นของเรา WP Rocket ดีกว่าปลั๊กอิน WordPress อื่นๆ เช่น W3 Total Cache ซึ่งตั้งค่ายากมาก, WP SuperCache หรือปลั๊กอินอื่น ๆ เพราะมีชุดเครื่องมือที่ครอบคลุมมากที่สุดในทุกคุณสมบัติ และมีการปรับปรุงเป็นประจำเพื่อให้ทันกับมาตรฐานเบราว์เซอร์

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงเลือกใช้ WP Rocket เป็นปลั๊กอินหลักในการแคชเสมอมา

เราหวังว่าคู่มือนี้ช่วยให้คุณเรียนรู้วิธีการติดตั้งและตั้งค่าปลั๊กอิน WP Rocket ใน WordPress หากคุณสนใจเรียนรู้เรื่องการเพิ่มความเร็วของ WordPress ในเชิงลึก สามารถเรียนคอร์สเพิ่มความเร็วให้กับ WordPress กับทางเราได้ เรายังมีเทคนิคอีกมาก ที่ยังไม่ได้บอกคุณ

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *